วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

จีนปล่อยเรืออู่ยกพลขึ้นบก Type 071E LPD สำหรับกองทัพเรือไทยลงน้ำ เรือหลวงช้าง


Chinese Hudong Zhonghua shipyard was launched a Type 071E (Yuzhao)-class landing platform dock (LPD) for the Royal Thai Navy (RTN) on 23 December 2021, the nameplate at the stern confirms that ship name is "HTMS Chang (III)".


Hudong Zhonghua shipyard also launched the 34th Type 054A frigate for the People's Liberation Army Navy (PLAN) and the 4th and final Type 054AP Tughril-class frigate for Pakistan Navy (PN) at same day.

ในเวลาช่วงบ่ายของวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๔ อู่เรือ Hudong-Zhonghua Shipbuilding Group(HZ) ที่ตั้งใกล้มหานคร Shanghai ในเครือ China State Shipbuilding Corporation Limited(CSSC) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการสร้างเรือของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ได้ทำการปล่อยเรือลงน้ำพร้อมกันสามลำในวันเดียวกัน จากภาพถ่ายที่เผยแพร่ในสื่อสังคม online ของจีน คือเรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Type 054A ลำที่34 สำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy)
เรือฟริเกตชั้น Tughril(Type 054AP) ลำที่สี่และลำสุดท้ายสำหรับกองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy) ซึ่งเรือลำแรก F261 PNS Tughril ได้ถูกส่งมอบแล้วและกำลังเดินทางมาปากีสถาน(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/type-054ap.html)

และเรือลำที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกปล่อยลงน้ำในวันเดียวกันเรืออู่ยกพลขึ้นบก(LPD: Landing Platform Dock) ชั้น Type 071E สำหรับกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ซึ่งจากป้ายชื่อท้ายเรือที่เห็นในภาพชัดเจนว่าชื่อของเรือคือ "เรือหลวงช้าง(ลำที่๓)"
เรือหลวงช้างที่จีนปล่อยเรือลงน้ำไปล่าสุดเป็นเรือหลวงลำที่สามของกองทัพเรือไทยที่ได้รับการตั้งชื่อนี้ โดยลำแรก เรือหลวงช้าง(ลำที่๑) เป็นเรือประเภทเรือลำเลียงซึ่งประจำการในช่วงปี พ.ศ.๒๔๔๕-พ.ศ.๒๕๐๕(1902-1962) 
ร.ล.ช้าง(ลำที่๑) เคยมีส่วนร่วมในยุทธนาวีเกาะช้างเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔(1941) ได้เข้าช่วยเหลือเรือหลวงธนบุรีหลังจากที่ถูกยิงเสียหาย โดยทำการฉีดน้ำดับไฟและลากไปเกยตื้นจนมีคำสั่งสละเรือใหญ่และจมที่แหลมงอบ(ต่อมา ร.ล.ธนบุรี ถูกกู้ขึ้นมาได้ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่โรงเรียนนายเรือ)

เรือหลวงช้าง ลำที่๒ เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงอ่างทอง(ลำที่๒) เดิมชื่อ LST-898 USS Lincoln County ที่เคยประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) มีส่วนร่วมในสงครามโลกครั้งที่สอง และในสงครามเกาหลี
กองทัพเรือไทยได้รับมอบ ร.ล.ช้าง(ลำที่๒) จากสหรัฐฯในปี พ.ศ.๒๕๐๕(1962) ตามโครงกาความช่วงเหลือทางทหาร เดิมมีหมายเลขเรือ "2" ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลขเรือ "712" ในปี พ.ศ.๒๕๓๔(1991) ตามการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพเรือไทยใหม่ในเวลานั้น
ร.ล.ช้าง(ลำที่๒) ถูกปลดประจำการในปี พ.ศ.๒๕๔๘(2005) ต่อมาได้มีการนำตัวเรือไปจมลงทะเลที่บริเวณหินลูกบาต เกาะช้าง ในปี พ.ศ.๒๕๕๕(2012) ให้เป็นปะการังเทียมเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเลและเป็นแหล่งท่องเที่ยวใต้น้ำต่อไป

เรืออู่ยกพลขึ้นบกชุดเรือหลวงช้าง(ลำที่๓) ได้มีการลงนามจัดหาเมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒(2019) ระหว่างกองทัพเรือไทยและกับ CSSC จีน ที่วงเงินราวที่ ๖,๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($200,460,066.6)(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/type-071e-lpd.html)
เรือ Type 071E LPD สำหรับกองทัพเรือไทยเป็นรุ่นส่งออกของเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071 ที่ปัจจุบันประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งไทยเป็นลูกค้าส่งออกรายแรก(https://aagth1.blogspot.com/2019/11/defense-security-2019-marsun-cssc-csoc.html)
สมาคมจัดชั้นเรือ Lloyd's Register(LR) สหราชอาณาจักรมอบบริการการรับรอบการออกแบบและการสร้างแก่อู่เรือ HZ จีนตามกฎระเบียบเรือนาวีของ LR(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/lloyds-register-type-071e-lpd.html)

เรืออู่ยกพลขึ้นบก ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) มีความยาวเรือ 210m สามารถบรรทุกนาวิกโยธินได้ ๘๐๐นายและรถสะเทินน้ำสะเทินบกได้ ๒๐คัน และมีอู่ลอย(well-deck) ท้ายเรือที่สามารถวางกำลังยานเบาะอากาศ(LCAC: Landing Craft Air Cushion) หรือ Hovercraft ขนาด 150 tonnes ได้ถึง ๔ลำ 
เรือระวางขับน้ำ ขนาด 22,000tons ยังได้รับการติดตั้งโรงเก็บอากาศยานขนาดใหญ่สองห้องที่สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ได้ถึง ๔เครื่องและดาดฟ้าบินท้ายเรือที่สามารถปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ได้ ๒เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/vn16.html)
นอกเหนือจากภารกิจตามแบบในการปฏิบัติการยกพลขึ้นบกทางทหารที่เพิ่มมากขึ้น กองทัพเรือไทยยังจะใช้ ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) สำหรับภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief) ด้วย

คาดว่าการส่งมอบ ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) คือปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023) โดยจะเข้าประจำการ ณ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ(Amphibious Squadron, Royal Thai Fleet) เสริมเรือหลวงอ่างทอง(ลำที่๓) ซึ่งเป็นเรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD ชุดแรกและชุดเดียวของกองทัพเรือไทยในขณะนี้
มีการให้ข้อมูลว่ากองทัพเรือไทยมีแผนที่จะให้เรืออู่ยกพลขึ้นบก Type 071E LPD ถูกใช้เป็นเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำ(Submarine Tender) โดยเรือดำน้ำ S26T ลำแรกที่กองทัพเรือไทยสั่งจัดหาจากจีนมีกำหนดรับมอบล่าสุดในปี พ.ศ.๒๕๖๗(2024)(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/s26t.html)
เมื่อเข้าประจำการ ร.ล.ช้าง(ลำที่๓) จะเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือไทย การที่จีนสามารถต่อเรือใหญ่เช่นนี้ลงน้ำได้ภายในเวลาเพียงราว ๒ปีหลังที่มีการลงนามนับว่าเร็วมาก อย่างไรก็ตามในขั้นต้นเรือจะได้รับการติดตั้งเฉพาะเครื่องยนต์ระบบเดินเรือและสื่อสารพื้นฐาน ไม่รวมอาวุธครับ

อินโดนีเซียตัดเครื่องบินขับไล่ Su-35 รัสเซียจากแผนการจัดหา

Indonesia excludes Su-35 from fighter aircraft acquisition plans



Indonesia has announced that it will not procure Su-35 multirole combat aircraft , but instead has shortlisted the Dassault Rafale and the Boeing F-15EX for the Indonesian Air Force's combat aircraft requirement. (Sukhoi)



รัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศว่าตนจะไม่ดำเนินการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-35(NATO กำหนดรหัส Flanker-E) สำหรับกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) อีกต่อไป
โดยแทนที่รายชื่อตัวเลือกด้วยเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศส และเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15EX(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/rafale-su-35.html) พลอากาศเอก Fadjar Prasetyo กล่าวเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2021

การพูดคุยกับสื่อท้องถิ่นในนครหลวง Jakarta พลอากาศเอก Prasetyo ยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียขณะนี้ได้ละทิ้งแผนที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-35 แล้ว โดยอ้างงบประมาณในการพิจารณาประเด็นต่างๆ
กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียขณะนี้กำลังมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่จำนวนที่เพียงพอจะนำเข้าประจำการในสองถึงสามฝูงบิน เขาเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2021/05/rafale.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/02/rafale-f-15ex.html)

แม้ว่า พล.อ.อ.ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าทำไมข้อตกลงกับรัสเซียถึงล้มเหลว Janes ประเมินว่าการตัดสินใจดังกล่าวน่าจะมีผลกระทบจากข้อพิพาทกับรัสเซียเกี่ยวกับในแง่การค้าต่างตอบแทน
และความกังวลที่การจัดหา Su-35 จะนำไปสู่การที่สหรัฐฯจะคว่ำบาตอินโดนีเซียภายใต้รัฐบัญญัติต่อต้านปฏิปักษ์ของอเมริกาผ่านมาตรการคว่ำบาตร(CAATSA: Countering America's Adversaries Through Sanctions Act)

การเจรจาได้ชะงักมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวกับ Janes ในเดือนพฤษภาคม 2020 ว่า อินโดนีเซียได้ทิ้งข้อตกลงจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-35 จำนวน 11เครื่องวงเงิน $1.14 billion 
ที่ได้รับความเห็นชอบเป็นการชั่วคราวกับ Rosoboronexport หน่วยงานด้านการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 หลังที่รัฐบัญญัติ CAATSA มีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2017

กองทัพอากาศอินโดนีเซียขณะนี้กำลังมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ทดแทนเครื่องบินขับไล่ Northrop F-5E Tiger II ที่ปลดประจำการไปแล้ว
และเครื่องบินฝึกไอพ่น/โจมตีเบา BAE Systems Hawk MK109/209 ที่มีอายุการใช้งานมานาน คาดว่าความต้องการเป็นจำนวนทั้งหมด 72เครื่อง ตามข้อมูลการพยากรณ์ตลาด Janes Market Forecast ครับ

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ฝรั่งเศสสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H160M ใหม่สำหรับสามเหล่าทัพ

Update: France orders H160M helos for armed forces







France has ordered 169 H160M helicopters to equip all three branches of the country's armed forces. (Airbus Helicopters)



ฝรั่งเศสได้ทำสัญญากับบริษัท Airbus ยุโรปที่จะเริ่มต้นการผลิตของเฮลิคอปเตอร์ H160M Guépard(เสือชีต้า Cheetah) สำหรับกองทัพของฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2019/05/h160m-guepard.html)
การประกาศสัญญาถูกเปิดเผยโดยกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2021(https://aagth1.blogspot.com/2017/03/airbus-helicopters-h160.html)

บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปจะสร้างเฮลิคอปเตอร์ H160M จำนวน 169เครื่อง บวกตัวเลือกจำนวนเครื่องเพิ่มเติมสำหรับกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, Armée de l'Air et de l'Espace),
กองการบินกองทัพบกฝรั่งเศส(French Army Light Aviation, ALAT: Aviation légère de l’armée de Terre) และกองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale) ตั้งแต่ปี 2027 รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศส นาง Florence Parly ประกาศ

มีการเปิดเผยแยกต่างหากโดยสหภาพยุโรป(EU: European Union) ว่าสัญญาการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H160M ของฝรั่งเศสมีมูลค่าที่วงเงิน 8.6 billion Euros($9.8 billion)
งานคำสั่งจัดหาขั้นต้นครอบคลุมเฮลิคอปเตอร์ H160M จำนวน 30เครื่อง ประกอบด้วย 21เครื่องสำหรับกองทัพบกฝรั่งเศส, 8เครื่องสำหรับกองทัพเรือฝรั่งเศส และ 1เครื่องสำหรับกองทัพอากาศฝรั่งเศส

"Cheetah เป็นเฮลิคอปเตอร์ใหม่ มันจะทดแทนเฮลิคอปเตอร์ที่แตกต่างกันห้าแบบ ที่บางแบบประจำการมามากกว่า 40ปีเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมต่อการเปลี่ยนแบบยุทโธปกรณ์ใหม่ของเรา 
ฮ.Cheetah จะถูกวางกำลังในทุกสามเหล่าทัพเป็นครั้งแรก นี่จะเพิ่มความพร้อมปฏิบัติการและลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาของมัน" นาง Parly กล่าว

ภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์เบาร่วม(JLH: Joint Light Helicopter, HIL: Hélicoptère Interarmées Léger) ของกองทัพฝรั่งเศส(French Armed Forces, armées françaises) H160M จะทดแทนเฮลิคอปเตอร์ทุกแบบในกองทัพฝรั่งเศส
ยกเว้นเฮลิคอปเตอร์ NHIndustries NH90 เฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/airbus-tiger-iii.html) และเฮลิคอปเตอร์ Airbus Helicopters H225M Caracal

กองทัพบกฝรั่งเศสจะเป็นผู้ใช้รายใหญ่ที่สุดของเฮลิคอปเตอร์ H160M ด้วยจำนวน 80เครื่อง โดยกองทัพเรือฝรั่งเศสจะได้รับจำนวน 49เครื่อง และกองทัพอากาศฝรั่งเศส 40เครื่อง
H160M มีพื้นฐานจากเฮลิคอปเตอร์ H160 รุ่นพลเรือนที่ได้รับการพัฒนาจากเฮลิคอปเตอร์ X4 และเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานแสดง Heli-Expo 2015 ในมลรัฐ Florida สหรัฐฯในปี 2015

H160 ถูกออกแบบเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ทำความเร็วได้ 160knots และบรรทุกผู้โดยสารได้ 12คน ที่ระยะทำการบินไกลถึง 120nmi(222km) หรือ 450nmi ด้วยการสำรองเวลา 20นาทีสำหรับภารกิจเช่นการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search and Rescue) 
H160M สำหรับการใช้งานทางทหารได้รับการออกแบบเป็นระบบ modular เพื่อดำเนินภารกิจได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การส่งหน่วยรบพิเศษ Commando เข้าแทรกซึม, การสะกัดกั้นทางอากาศ และสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/sea-venomanl.html)

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564

อังกฤษและญี่ปุ่นจะร่วมพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต Tempest และ F-X

UK and Japan agree future fighter engine development



A screenshot from a video released on 22 December to mark the agreement between the UK and Japan to develop future engine technologies. (Team Tempest)



สหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นได้เห็นชอบที่จะร่วมพัฒนาวิทยาการเครื่องยนตร์สำหนับทั้งโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต Tempest และ F-X(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/f-x.html)
ประกาศโดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2021 ข้อตกลงครอบคลุมงานร่วมกันเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไอพ่นสาธิตสำหนับเครื่องบินขับไล่ Tempest ที่นำโดยสหราชอาณาจักร
ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการระบบการรบทางอากาศยุคอนาคต FCAS(Future Combat Air System)(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/tempest.html) และโครงการเครื่องบินขับไล่ F-X ญี่ปุ่น(ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่าโครงการเครื่องบินขับไล่ F-3)

"งานเกี่ยวกับเครื่องยนต์สาธิตร่วมจะเริ่มเปิดตัวในต้นปีหน้า(2022) โดยสหราชอาณาจักลงทุนวงเงินขั้นต้น 30 million British Pound ($40 million) ในการวางแผน, การออกแบบ digital และการพัฒนาการการผลิตทางนวัตกรรม
งบประมาณเพิ่มเติมของสหราชอาณาจักร 200 million British Pound คาดว่าจะมุ่งไปส่การพัฒนาระบบขับเคลื่อนสาธิตเต็มรูปแบบ, สนับสนุนงานทักษะสูงกว่า 100ตำแหน่ง รวมถึงโรงงาน Filton ของบริษัท Rolls-Royce สหราชอาณาจักรใน Bristol"
รัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ได้เปิดเผยว่าระดับวงเงินงบประมาณในการลงทุนของตนอยู่ที่เท่าไร ณ เวลาที่เขียนบทความนี้(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/digital-f-x.html)

ข่าวข้อตกลงทวิภาคีนี้มีขึ้นตามมาราว 6เดือนหลังสองประเทศให้คำมั่นในเดือนกรกฎาคม 2021 ที่จะเร่งการเจรจาเกี่ยวกับการพัฒนาร่วมของวิทยาการเครื่องยนต์อากาศยานในการสนับสนุนโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตของทั้งสองประเทศตามลำดับ
ทั้ง Tempest และ F-X มีระยะเวลาเดียวกันสำหรับการวิจัย, การพัฒนา และการผลิต โดยทั้งสองระบบเครื่องบินขับไบ่มีกำหนเที่จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศของแต่ละประเทศตั้งแต่กลางปี 2030s
ความพยายามพัฒนาเครื่องยนต์สาธิตด้วยการนำโดย Rolls-Royce สำหรับสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่นจะได้รับการดำเนินการที่นำโดยบริษัท IHI Corporation ญี่ปุ่นครับ

กองบินอากาศนาวีแบบใหม่ของสหรัฐฯเป็นรูปเป็นร่างบนเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-77 USS George H.W. Bush

New US Navy airwing elements take shape on carrier Bush











The USN completed an Unmanned Carrier Aviation Demonstration of its MQ-25 Stingray unmanned air system prototype in December aboard aircraft carrier USS George HW Bush. (US Navy)



USS George HW Bush launched and recovered an F-35C aircraft for the first time. (US Navy)



อากาศยานปักหมุดสองแบบของกองบินอากาศนาวีอนาคตของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้บรรลุกหลักก้าวย่างที่สำคัญล่าสุดระหว่างวางกำลังปฏิบัติการในทะเล(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/cvn.html)
บนเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-77 USS George H.W. Bush ขณะที่เรือกำลังเดินเรือในมหาสมุทรแอตแลนติก เจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯรายงาน(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/mq-25a-stingray-f-35c.html)

กองทัพเรือสหรัฐฯเสร็จการสาธิตทางการบินไร้คนขับเรือบรรทุกเครื่องบิน(Unmanned Carrier Aviation Demonstration) ของอากาศยานไร้คนขับ MQ-25 Stingray ระบบต้นแบบในเดือนธันวาคม 2021 บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush
วางรากฐานสำหรับปฏิบัติการระบบอากาศยานไร้คนขับประจำเรือบรรทุกเครื่องบินในอนาคต กองบัญชาการระบบอากาศนาวี(NAVAIR: Naval Air Systems Command) กองทัพเรือสหรัฐฯยืนยันเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2021

ก่อนหน้านี้เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) ขึ้นบินและรับกลับเรือเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2021
ระหว่างการรับรองการปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบินสำหรับนักบินของฝูงบินขับไล่โจมตี VFA-125(Strike Fighter Squadron 125) เจ้าหน้าที่เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯยืนยันเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2021

หลักก้าวย่างที่ปรากฎจะเป็นเครื่องหมายถึงครั้งแรกที่อากาศยานไร้คนขับ MQ-25 และเครื่องบินขับไล่ F-35C ได้ปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียวกันระหว่างช่วงเวลาเดินเรือเดียวกันเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯยืนยัน
สำหรับ Stingray UAV ทีมรัฐบาลร่วมกับหุ้นส่วนภาคอุตสาหกรรมบริษัท Boeing และบริษัท Lockheed Martin ดำเนินการสาธิตบนเรือบรรทุกเครื่องบินทั้งระบบควบคุมภาคพื้นดินและอากาศยานเพื่อประเมินค่าการบูรณาการของระบบ เข้ากับสภาพแวดล้อมเรือบรรทุกเครื่องบิน NAVAIR กล่าว

"ไม่มีทางใดที่กว่าที่จะกำหนดความสำเร็จของการออกแบบอากาศยานประจำเรือบรรทุกเครื่องบินและการบูรณาการมันเข้ากับกองบินไปกว่าที่จะนำอากาศยานใหม่นั้นผ่านการทดสอบในทะเล"
นาวาเอก Chad Reed ผู้จัดการโครงการการบินไร้คนขับเรือบรรทุกเครื่องบิน(Unmanned Carrier Aviation) กล่าวในแถลงการณ์ครับ

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564

กระทรวงกลาโหมไทยจะทดสอบสายการผลิตปืนเล็กยาวขนาด 5.56mm ในประเทศ






















The Operators of Special Warfare Command, Royal Thai Army (RTA);  Naval Special Warfare Command, Royal Thai Navy (RTN); and  Special Operations Regiment, Royal Thai Air Force (RTAF) was firing test for domestic MOD963 rifles and MOD963AR carbines of Ministry of Defence of Thailand at firing range of 2nd Infantry Battalion, 19th Infantry Regiment, 9th Infantry Division, Fort Surasi, Kanchanaburi Province in 5 November 2021.
MOD 963 and MOD 963 AR in 20" and 14.5" length barrel respectively based on NARAC556 assault rifles manufactured by local company NARAC ARMS INDUSTRY (NRC Ammunition).





Weapon Production Center (WPC), Defence Industry and Energy Center (DIEC), Ministry of Defence of Thailand Announced the median price to procure of Machines in testing production line for domestic Rifles 5.56mm duration 1 year (2022),
included 3D CMM (Coordinate Measuring Machine) and vibratory metal polishing machine, production tools and four-axis CNC (Computer Numerical Control) automatic milling machine.
ประกาศราคากลางงานซื้อเครื่องวัด ๓ มิติ CMM และเครื่องขัดผิวโลหะแบบเขย่า สำหรับใช้ในโครงการทดสอบสายการผลิต ปลย.๕.๕๖ มม. ระยะเวลา ๑ ปี (ปี ๖๕) (ประกาศ ณ วันที่ ๙ ธ.ค.๖๔)
ประกาศราคากลางจัดซื้อเครื่องมือการผลิต สำหรับใช้ในโครงการทดสอบสายการผลิต ปลย. ๕.๕๖ มม. ระยะเวลา ๑ ปี (ปี ๖๕) (ประกาศ ณ วันที่ ๙ ธ.ค.๖๔)
ประกาศราคากลางงานซื้อเครื่องกัดอัตโนมัติ CNC ๔ แกน สำหรับใช้ในโครงการทดสอบสายการผลิต ปลย.๕.๕๖ มม. ระยะเวลา ๑ ปี (ปี ๖๕) (ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ ธ.ค.๖๔)

05/11/64 ทดสอบ MOD963/MOD963AR 
แล้วเราจะไปลุยกันต่อที่ ตวพ.ศอว. 
ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ

ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ศอว.ศอพท.(WPC, DIEC: Weapon Production Center, Defence Industry and Energy Center) กระทรวงกลาโหมไทยได้ประกาศราคากลางงานจัดซื้อเครื่องมือสามรายการใน Website ของตนประกอบด้วย
เครื่องวัดสามมิติ และเครื่องขัดผิวโลหะแบบเขย่า วงเงิน ๒,๒๙๐,๐๐๐บาท($68,005) และเครื่องมือการผลิต วงเงิน ๕๖๕,๖๘๗บาท($16,798) เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๔(2021) และเครื่องกัดอัตโนมัติ CNC สี่แกน วงเงิน ๙,๓๕๐,๐๐๐บาท($277,642) เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๔
สำหรับโครงการทดสอบสายการผลิตปืนเล็กยาว ปลย.ขนาด 5.56x45mm NATO ระยะเวลา ๑ปี ใน พ.ศ.๒๕๖๕(2022) แหล่งที่มาราคากลาง(ราคาอ้างอิง) ในเอกสารที่เผยแพร่ประกอบด้วย

๑.คณะกรรมการพิจารณากำหนดราคากลางงาน/โครงการ ในส่วนของ โรงงานต้นแบบการวิจัยพัฒนาอาวุธ รง.ตวพ.ศอว.ศอพท.(Weapon Research and Development Plant, WPC, DIEC)
๒.ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจ อาร์ ทูล เอ็นจิเนียริ่ง(JR. TOOL ENGINEERING LIMITED PARTNERSHIP)
๓.บริษัท อิมเมจ สเตลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(IMAGE STYLING ENGINEERING COMPANY LIMITED)
๔.บริษัท ทีเอสพี ซีเอ็นซี พาร์ท จํากัด(TSP CNC PART COMPANY LIMITED)
๕.ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรโพธิ์ทอง คอนสตรัคชั่น(PORNPHOTONG CONSTRUCTION LIMITED PARTNERSHIP)
๖.บริษัท พีซีเอ็ม อินเตอร์เทค จํากัด(PCM INTERTECH COMPANY LIMITED)
๗.บริษัท ฟรานซิส คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด(FRANCIS CORPORATION CO.,LTD.)
๘.บริษัท ชโนทัยวัฒนา จํากัด(CHANOTHAI WATANA COMPANY LIMITED)
๙.บริษัท ไฟว์สตาร์ แมชชีนทูล จำกัด(5 STAR MACHINTOOL COMPANY LIMITED)
๑๐.ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอ็ดวานซ์ พี ซี ลพบุรี(ADVANCED PC LOPBURI LIMITED PARTNERSHIP)
๑๑.บริษัท พิรญาณ์ ซัพพลาย แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จํากัด(PIRAYA SUPPLY AND ENGINEERING COMPANY LIMITED)
๑๒.บริษัท อินดัสเตรียล อินสทรูเมนท์ จํากัด(INDUSTRIAL INSTRUMENT COMPANY LIMITED)
๑๓.บริษัท อินดี้ ซัพพลาย แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จํากัด( INDY SUPPLY AND ENGINEERING CO., LTD.)

ห้างหุ้นส่วนและบริษัทในรายชื่อทั้งหมดเป็นกิจการที่มีจดทะเบียนและมีที่ตั้งการประกอบธุรกิจภายในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องมือและเครื่องจักรโรงงานจากต่างประเทศ ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมในเอกสารที่เผยแพร่ออกมา
เป็นที่เข้าใจว่าโครงการทดสอบสายการผลิต ปลย.5.56mm โดย ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ดังกล่าวคือการทดสอบสายการผลิตสำหรับปืนเล็กยาว MOD 963 ความยาวลำกล้อง 20" และปืนเล็กยาวจู่โจม MOD 963 AR ความยาวลำกล้อง 14.5"
ตามโครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบมาตรฐานปืนเล็กยาวขนาด 5.56mm โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม(Office of the Permanent Secretary for Defence) กระทรวงกลาโหมไทย(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/556mm.html)

ปืนเล็กยาว MOD963 ปืนเล็กยาวจู่โจม MOD963AR และปืนเล็กยาวซุ่มยิง MOD963SPR มีพื้นฐานจากปืนเล็กยาวตระกูล NARAC556 ที่พัฒนาโดยบริษัท NARAC ARMS INDUSTRY(NRC) ไทย และสถาบันเทคโนโลยีช่างกลปทุมวัน(Pathumwan Institute of Technology)
โดย กรมการอุตสาหกรรมทหาร(DID :Defence Industry Department) ศอพท. มีความต้องการที่จัดหาปืนเล็กยาว MOD963 และปืนเล็กยาวจู่โจม MOD963AR ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานโดยคณะกรรมการมาตรฐานอาวุธยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหมแล้ว
มาใช้งานในหน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหมไทยที่คาดว่าคือ กองพันระวังป้องกัน(Security Battalion) และกองพันสารวัตรทหาร(Military Police) กองบัญชาการกองทัพไทย(RTARFHQ: Royal Thai Armed Forces Headquarters) เป็นต้น

ปืนเล็กยาวตระกูล NARAC556 มีพื้นฐานพัฒนาปรับปรุงจากจากปืนเล็กยาวตระกูล Colt AR-15 สหรัฐฯ ซึ่งมีใช้งานในกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army), กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)
ทำงานด้วยระบบแก๊ซลูกสูบช่วงชักสั้น มีตัวหมุนปรับระดับอัตรายิง ลำกล้องวางในโครงปืนส่วนบนแบบลอยอิสระ โครงปืนส่วนล่างเป็นแบบมาตรฐานปืนเล็กยาวตระกูล AR15 รองรับซองกระสุนขนาด 5.56mm มาตรฐาน NATO ความจุ ๓๐นัด
คันบังคับการยิงปรับได้สามระดับ คือ ห้ามไก(Safe), ยิงทีละนัด(Semi) และยิงกล(Auto) รวมถึงปุ่มปลดซองกระสุนและปุ่มปลดลูกเลื่อนสามารถควบคุมได้ทั้งได้ซ้ายและขวา มีความแข็งแรงทนทาน สามารถปฏิบัติการได้สภาพอากาศ น้ำหนักเบา(ตัวปืนเปล่า 2.9kg) แรงถอยต่ำ แม่นยำ คล่องตัว

MOD963 มีที่มาของชื่อจาก Ministry of Defence เดือน๙(กันยายน) และปี๖๓(2020) ซึ่งปืนต้นแบบจำนวน ๑๖กระบอกประกอบด้วยรุ่นความยาวลำกล้อง 14.5", 16" และ 20" โดยไม่มีการระบุว่าแบ่งเป็นแบบละกี่กระบอก ได้ถูกส่งมอบตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓-กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ รวม ๙เดือน
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๔ รวม ๗เดือน ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ มีปืนเล็กยาว MOD963 และปืนเล็กยาวจู่โจม MOD963AR จำนวนเพียง ๒๕กระบอก(ไม่ระบุว่าแบ่งเป็นแบบละกี่กระบอก) เท่านั้นที่ถูกส่งมอบ
ปัญหาเหล่านี้ได้ถูกเปิดเผยผ่านการสนทนาของชุมชนอาวุธปืนในสื่อสังคม online ของไทยถึงความล่าช้าในการผลิตปืนเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานรัฐของบริษัท NRC ตามด้วยการลาออกของหัวหน้าและทีมงานผู้ออกแบบจากบริษัทในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ รวมถึงข้อบกพร่องต่างๆของตัวปืน

ผลการทดสอบปืนโดยผู้ใช้งานที่น่าจะรวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยรบพิเศษของแต่ละเหล่าทัพที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธ และมักจะเป็นหน่วยที่ได้รับอาวุธแบบใหม่มาใช้งานเป็นหน่วยแรกๆ เช่น หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบก(RTA SWC:Special Warfare Command), 
หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือ(RTN NSWC: Naval Special Warfare Command) และกรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศไทย(RTAF SOR: Special Operation Regiment, Security Force Command)
เข้าใจว่าได้ถูกจัดทำเป็นรายงานพัฒนาการโครงการพัฒนาอาวุธปืนเล็กยาว NARAC556 โดยข้อบกพร่องและอาการชำรุดต่างๆของปืนเล็กยาว MOD963 และปืนเล็กยาวจู่โจม MOD963AR จำนวน ๒๕กระบอกที่ถูกส่งมอบแล้วที่บันทึกในช่วงวันที่ ๒-๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๔ ถึง ๑๗รายการ อาทิ

-ฝาประกับลำล้องไม่ระบายความร้อน
-ฝาประกับลำกล้องมีความคม
-การถอดชิ้นส่วนอาวุธปืนบางส่วน จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ
-ศูนย์หน้าเล็งของอาวุธปืนไม่คงที่
-ส่วนประกอบที่รับแรงเป็นประจำสึกหรอง่าย
-คันบังคับการยิงกีดขวางนิ้ว
-รางติดตั้งอุปกรณ์เสริมไม่มีระยะบอกชัดเจน
-ชุดพานท้าย ไม่แข็งแรงทนทาน
-ยาง Buffer rubber รับแรงสะท้อนถอยหลัง สึกหรออย่างรวดเร็ว
-การปรับศูนย์มีความยากลำบาก
-ชิ้นส่วนของอาวุธปืนไม่สามารถเปลี่ยนใช้ร่วมกันได้
-คันรั้งลูกเลื่อนใหญ่เกินไป
-อาวุธปืนยิงแล้วติดขัด ไม่คัดปลอก กระสุนซ้อนนัด และเกิดแก๊สรั่ว
-ซองกระสุนหลุดง่าย และเวลาปลดซองกระสุนไม่กระเด้งออกมา
-ปลอกลดแสงมีช่องผ่ามากเกินไป
-ชุดโครงปืนเครื่องลั่นไกไม่ได้มาตรฐาน
-ชุดเครื่องรับแรงถอย สลักยึดเครื่องรับแรงถอยไม่มีมาตรฐาน

หน่วยงานความมั่นคงของรัฐรวมถึงกองทัพไทยมักจะถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยผู้ไม่หวังดีต่อชาติที่วิจารณ์แต่ข้อเสียด้วยชุดข้อมูลเดิมๆซ้ำซากว่า กองทัพชอบซื้อแต่อาวุธปืนจากต่างประเทศที่ราคาถูกกว่าเพื่อเอาเงินทอน แต่ไม่สนับสนุนภาคเอกชนไทยที่ออกแบบผลิตอาวุธภายในประเทศที่ราคาแพง
แต่ในความเป็นจริงก็เห็นตัวอย่างมาหลายครั้งแล้วว่าคำว่า "เอกชนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก" อาจจะไม่จริงเสมอไป ทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์จริงที่สวนทางกับคำโฆษณาที่วาดไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ใช่หนูทดลองที่เอาอะไรมาให้ใช้ก็ต้องรับ พอไม่เอาก็ไม่พอใจไปโวยวายออกสื่อว่าทหารแกล้งเอกชน
การที่ ศอว.ศอพท.จะดำเนินการทดลองเปิดสายผลิตปืนเล็กยาวตระกูล MOD963 เองก็น่าเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทางหนึ่ง แต่หนทางในการสนับสนุนอุตสากรรมป้องกันได้ประเทศของไทยให้มีปืนเล็กยาวประจำชาติใช้งานเป็นหลักเองได้เหมือนสิงคโปร์หรืออินโดนีเซียยังอีกยาวไกลครับ