วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563

โอกาสของเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon กับกองทัพอากาศไทย










The current operators and export customers of Eurofighter Typhoon include Germany, Spain, Italy, United Kingdom, Austria, Saudi Arabia, Oman, Kuwait and Qatar.

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon นั้นนับว่าเป็นเครื่องบินรบที่มีจำนวนเครื่องในสายการผลิตและผู้ใช้งานอยู่พอสมควร คือกลุ่มประเทศสี่ชาติยุโรปผู้ร่วมพัฒนาที่ประกอบด้วยกองทัพอากาศเยอรมนี(German Air Force, Luftwaffe), 
กองทัพอากาศสเปน(Spanish Air Force, Ejército del Aire), กองทัพอากาศอิตาลี(Italian Air Force, Aeronautica Militare) และกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/airbus-eurofighter-typhoon-tranche-5.html)
โดยมีลูกค้าส่งออกรายแรกในกลุ่มชาติยุโรปคือองทัพอากาศออสเตรีย(AAF: Austrian Air Force, Österreichische Luftstreitkräfte) จำนวน ๑๕เครื่องที่มีปัญหาค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการสูง(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/typhoon-saab-105.html

ลูกค้าส่งออกต่างประเทศนอกยุโรปปัจจุบันคือกองทัพอากาศซาอุดิอาระเบีย(RSAF: Royal Saudi Air Force) จำนวน ๗๒เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/wahaj-eurofighter-typhoon.html), กองทัพอากาศโอมาน(Royal Air Force of Oman) จำนวน ๑๒เครื่อง
กองทัพอากาศคูเวต(Kuwait Air Force) จำนวน ๒๘เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/eurofighter-typhoon.html) และกองทัพอากาศกาตาร์(Qatar Emiri Air Force) จำนวน ๒๔เครื่อง(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/eurofighter-typhoon.html)
และกำลังเข้าแข่งขันในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ของกองทัพอากาศสวิตเซอร์แลนด์(Swiss Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/air2030.html) และกองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force, Ilmavoimat)(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/hx.html) ด้วย

อย่างไรก็ตามเครื่องบินขับไล่ Eurofighter ยังไม่ประสบความสำเร็จในกลุ่มประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก โดยโครงการ F-X ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) ในปี 2002 ก็พ่ายแพ้ต่อเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15K Slam Eagle สหรัฐฯ
เช่นเดียวกับโครงการทดแทนเครื่องบินโจมตี A-4SU ของกองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ในปี 2005 ก็พ่ายแพ้ต่อเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15SG สหรัฐฯ ที่น่าจะมาจากขีดความสามารถที่จำกัดของเครื่องรุ่น Tranche 1 ที่เสนอสำหรับส่งออกในขณะนั้น
รวมถึงโครงการ MRCA(Multirole Combat Aircraft) ของกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) ที่ถูกชะลอโครงการออกไป(https://aagth1.blogspot.com/2018/02/bae-systems-typhoon.html)

ความคืบหน้าล่าสุดคือความสนใจของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) ที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Typhoon จากออสเตรียทั้งหมด ๑๕เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/eurofighter-typhoon.html
ที่ยังมีข่าวอินโดนีเซียสนใจเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสจำนวน ๔๘เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/rafale-su-35.html) ซึ่งถ้าการเจรจาข้อตกลงบรรลุผลอินโดนีเซียจะเป็นผู้ใช้งานรายแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเครื่องบินขับไล่ทั้งสองแบบ
และอาจจะรวมถึงโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีจำนวน ๑๒เครื่องทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙ Lockheed Martin F-16A/B Block 15 ADF ฝูงบิน๑๐๒ กองบิน๑ ของกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/2020.html) ด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตามในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ ๑ฝูงของกองทัพอากาศไทยที่ควรจะเริ่มต้นในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖(2023) ถ้าไม่ถูกเลื่อนเพราะถูกตัดงบประมาณกลาโหมจากการระบาดของ coronavirus Covid-19(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/covid-19.html) มีข้อสงสัยอยู่ว่า
ถ้าเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สนใจจะเข้ามาแข่งขันในโครงการของกองทัพอากาศไทยในอนาคตจริงประเทศใดจะเป็นตัวแทนที่จะเสนอ Eurofighter Typhoon แก่ไทย? เพราะ Eurofighter GmbH เป็นกิจการค้าร่วมที่ประกอบด้วยบริษัทผู้หุ้นหลักของสี่ชาติหุ้นส่วนผู้พัฒนาโครงการคือ
บริษัท Airbus Defence & Space ยุโรปสาขาเยอรมนีและสเปน ถือหุ้นที่ร้อยละ๔๖ บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร ถือหุ้นที่ร้อยละ๓๓ และบริษัท Leonardo อิตาลีถือหุ้นที่ร้อยละ๒๑ ทำให้การส่งออก Eurofighter Typhoon ในแต่ละประเทศจะมีบริษัทที่รับผิดชอบทำหน้าที่ตัวแทนต่างกัน

เช่นการส่งออกเครื่องบินขับไล่ Typhoon ให้กับออสเตรียมี Airbus เยอรมนีเป็นตัวแทน, การส่งออกเครื่องบินขับไล่ Typhoon ให้ซาอุดิอาระเบียมี BAE Systems สหราชอาณาจักรเป็นตัวแทน,การส่งออกเครื่องบินขับไล่ Typhoon ให้คูเวตมี Leonardo อิตาลีเป็นตัวแทน 
การแข่งขันโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่ในหลายๆประเทศก็มีตัวแทนบริษัทในกลุ่ม Eurofighter ที่ต่างกันเช่น โครงการ HX ของฟินแลนด์มี BAE Systems เป็นตัวแทน โครงการ Air2030 ของสวิตเซอร์แลนด์มี Airbus สาขาเยอรมนีเป็นตัวแทน
ด้านทางกลุ่มชาติ ASEAN โครงการ MRCA ของมาเลเซียที่ถูกชะลอโครงการไปและมองที่จะจัดหาเครื่องบินรบขนาดเบาแทน ก็มี BAE Systems สหราชอาณาจักรเป็นตัวแทนตามที่มาเลเซียได้จัดหาเครื่องบินโจมตีเบาไอพ่น Hawk 208 และเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk 108 ไปก่อนหน้าแล้ว

ส่วนความสนใจเครื่องบินขับไล่ Typhoon ออสเตรีย ๑๕เครื่องของอินโดนีเซีย ไม่แน่ใจว่าจะเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซีย-ออสเตรียโดยตรงหรือไม่ ก็จึงมีความน่าสงสัยอยู่ว่าถ้า Eurofighter จะมาลงแข่งขันในโครงการจัดหาของกองทัพอากาศไทยบริษัทใดจะทำหน้าที่เป็นตัวแทน?
ซึ่ง Airbus, BAE Systems กับ Leonardo ทั้งสามบริษัทมาออกงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Defense & Security ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เกือบทุกปี แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เน้นประชาสัมพันธ์ Eurofighter ในไทยสักเท่าไร และถ้าสามารถระบุบริษัทตัวแทนได้ก็จะมองโอกาสได้ชัดเจนขึ้น
เช่นถ้า Leonardo อิตาลีทำหน้าเป็นตัวแทนคงจะชนะยาก เพราะกองทัพอากาศไทยดูจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับอากาศยานที่จัดหาจากอิตาลี ไม่ว่าจะเครื่องบินโจมตี AMX กับเครื่องบินลำเลียง บ.ล.๑๔ G222 ในอดีต และล่าสุดเครื่องบินตรวจการณ์และลำเลียง บ.ตล.๒๐ P.180 Avanti II 

นี่ก็ยังรวมถึงคู่แข่งที่เป็นไปได้รายอื่นๆที่มีดูจะมีศักยภาพมากกว่าสำหรับกองทัพอากาศไทย ทั้งเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70/72 Viper สหรัฐฯ และเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐ SAAB Gripen สวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2019/11/defense-security-2019-lockheed-martin-f.html)
ซึ่งทั้งเครื่องบินขับไล่ F-16V สหรัฐฯ และเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D/E/F สวีเดนมีข้อได้เปรียบสำคัญคือกองทัพอากาศไทยมีเครื่องบินรุ่นก่อนหน้าประจำการอยู่แล้ว ทำให้การเปลี่ยนแบบ, การฝึกนักบินและช่างอากาศยาน การจัดหาระบบอาวุธ, อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกฐานบินง่ายกว่า รวมถึงข้อเสนอตามนโยบายจัดหาและพัฒนา Purchase and Development ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานไทยด้วย
และแม้ว่าเครื่องบินขับไล่ Typhoon จะใช้อาวุธและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในกองทัพอากาศไทยได้เกือบทั้งหมดเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ IRIS-T, AIM-120C AMRAAM และกระเปาะชี้เป้าหมาย LITENING III หรือ Sniper ATP แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการสูงและราคาเครื่องแพงกว่าครับ